
เมื่อเดือนที่ผ่านมาหลังจากที่ได้เริ่มต้นชีวิตแพทย์ได้ประมาณหนึ่งเดือน ผมได้เข้าร่วมการประชุม เรื่อง Update in HIV infection 2007
เนื้อหาของการประชุมจะกล่าวถึงความก้าวหน้าในการรักษา และการดำเนินไปของโรคนี้ ที่น่าสนใจคือ โรคเอดส์ที่เมื่อก่อนเป็นโรคที่พบได้เยอะที่สุดในกลุ่มคนอายุ 25-35 ปีนั้น บัดนี้ได้ย้ายมาอยู่ที่เด็กอายุ 16-25 ปีซึ่งจะว่าตกใจก็ตกใจ แต่ถ้าดูจากการดำเนินไปในสังคมของเราก็น่าจะเป็นไปได้อยู่
ประเด็นที่น่าสนใจคือท้ายรายการได้มีการเปิดโอกาสให้ซักถาม สิ่งที่น่าสนใจคือ คำถามที่ยกขึ้นมาแล้วโดนใจ
มากที่สุดคือ
“ คืออย่างนี้ครับอาจารย์ ผมมักถูกเพื่อนโทรมาถามตอนดึกๆเป็นประจำว่า ถุงยางกูแตกทำไงดีว่ะ “
อาจารย์ตอบมาว่า
“ ถูกครับ ผมก็ถูกถามบ่อย ตอนไปเที่ยวไม่โทรชวน พอแตกปุ๊บโทรปั๊ป และสิ่งที่น่าสนใจคือการแตกนั้นมันไม่ใช่ตอนกลางวัน มันมักเป็นเวลาตีสาม ถึงตีสี่ ( หลังเวลาสถานบันเทิงปิดตัวได้ซักพัก ) “
วิธีการคือ
1. ดีที่สุดคือ ไปชวนผู้หญิงคนนั้นไปเจาะตรวจตอนนั้นเลย เพราะถ้ารู้ว่าเขาไม่เป็นเราจะได้สบายใจ ไม่งั้นต้องมานั่งเครียด สามเดือน หกเดือน หนึ่งปี ............... กรณีนี้ผมเข้าใจดีครับ ตอนผมขึ้นปีสี่ถูกเข็มตำ เล่นเอาเครียดเป็นหลายเดือน .
2. ถ้าตามเจ้าตัวมาเจาะไม่ได้หละ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องกินยาต้านไวรัส ครับ กินนานหนึ่งเดือนเต็ม ซึ่งแน่นอนครับผลข้างเคียงของยาก็ทำให้บางคนแทบตายได้ ( เพื่อนผมหลายคนถึงกับเลิกไปกลางคัน บอกว่ายอมตาย )
แต่การกินยานั้นยิ่งกินเร็วยิ่งดีครับ เพื่อไม่ให้ไวรัสมันแบ่งตัว แต่ถ้าเกิน 48 ชม ไปแล้วก็ไม่ต้องกินแล้วครับ สถิติทางการแพทย์นั้นบอกว่าไม่มีประโยชน์ แต่การทดลองทั้งหมดนั้นก็ทำกับหนูน่ะครับ ( คนคงไม่ยอม )
3. ถ้าเจาะไม่ได้ และไม่อยากกินยาก็ต้องลุ้นครับ โดยมีสถิติออกมาว่า ถ้าถุงยางมันแตกและคู่ของคุณเป็นเอดส์ละก็มีโอกาส 0.0001 หรือ 1 ใน 10,000 ครับ แต่ถ้าเป็น ชายชนชายแล้วละก็ ( anal sex ) จะเป็น 0.1
หรือ 1 ใน 10 เท่านั้นครับ
อันนี้ก็เป็นเกร็ดเล็กน้อยที่อยากเล่าสู่กันฟัง ครับ
ด้วยรักและเคารพ
:->m’26
edit @ 2007/06/19 20:19:17
edit @ 2007/06/19 20:21:15